คนที่ศีลเสมอ ไม่ได้เจอกันได้ง่าย 4 เสมอ ถ้าเจอคือโชคดีมาก

‘คนที่ศีลเสมอ’ ไม่ได้เจอกันได้ง่าย ‘4 เสมอ ถ้าเจอคือโชคดีมาก’ คนแบบไหนที่เขาเรียกว่า “ศีลเสมอกัน”

คำว่าเสมอกัน คือรู้สึกกลมกลืนกัน ไม่เป็นอื่น หรือห่างกันจนเหมือนอยู่คนละโลก ไม่มีวันเข้าถึงกันได้

เ รื่ อ งของศรัทธา ศีล จาคะ แล้วก็ปัญญา ที่จะจูนให้เสมอกันได้ต้องมาจากสิ่งเดียวเท่านั้น คือ ”ศรัทธาในเ รื่ อ งเดียวกัน” พระพุทธเจ้าท่านถึงขึ้นด้วยศรัทธาถ้าเชื่อเ รื่ อ งเดียวกันเสียแล้วเนี่ยโอกาสที่จะทำอะไรสอดคล้องกลมกลืนกัน แล้วมีความสุขอยู่ด้วยกันทั้งชีวิตก็เป็นไปได้

ความหมายของ ศรัทธาเสมอกัน

เชื่อมั่นนับถือคุณงามความดี เดียวกัน เช่น นับถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเ รื่ อ งกรร มวิบากด้วยกัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น เมื่อศรัทธาไม่ตรงกัน ก็คุยเ รื่ อ งไม่ตรงกัน เมื่อคุยเ รื่ อ งไม่ตรงกัน ก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นาน ก็เ บื่ อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิດขึ้นกับทุกรูปนาม

ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคง ย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศเดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

ความหมายของ ศีลเสมอกัน

คือ เป็นคน รักความสะอาดทางใจ เหมือน กัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของศีลข้อ 3 สำหรับคู่รัก พรานหนุ่มกับพรานสาว ทนกลิ่นอายฆ่າฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอศัลย์ที่มีรังสีช่วยชีวิต มาเป็นคู่ผัວตัวเมียกับมือ ปืњร้อยศ พ ที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต

อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้าม ของกันและกันไม่ไหว ถ้าสามีบอกว่า งานที่ทำอยู่ต้องโกหกทุกวัน อຢ ากลาออก แล้วเมียตวาด ว่าออกแล้วจะเอาอะไรกิน นี่ไม่เสมอกันอย่างแรง แต่หากเมียทำเสียงอ่อย ว่า ก็ได้ เอายังไงก็เอา นี่ไล่เลี่ยแบบตามตามกันมา

แต่หากเมียตาโตทำหน้าขึงขังรับทันทีว่า แหม ดีจริง อຢ ากขอนานแล้วแต่ไม่กล้า รีบออกเถอะงานปั้นน้ำเป็นตัวพรรค์นี้ พรุ่งนี้คุยกับหัวหน้าเลยนะเธอ อันนี้คือเท่ากันแบบไม่ต้องสงสัย ได้ใจกันและกันแน่ และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน ยิ้มไปเรื่อยโดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อ ถือความสะอาดผัວเดียวเมียเดียว

ศีลที่ร่วมรั กษ าให้บริสุทธิ์ดีแล้ว ย่อมทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกัน สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ ความหมายของ จาคะเสมอกัน

คือ ต่างฝ่ายต่าง มีน้ำใจ ไม่ใช่จะเกาะอีกฝ่ายหนึ่ง กินน้ำใจอีกฝ่ายหนึ่งท่าเดียว เช่น อีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น การเอารัดเอาเปรียบ เกิດจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล …ถ้าสามีบอกว่า อຢ ากซื้อไอติมให้เด็กขอทานที่ตาละห้อยอยู่ แล้วเมียตะคอกว่า ไปให้มันทำไม อันนี้เรียกว่าไม่เสมอกันอย่างแรง

แต่หากเมียบอกว่าเอาสิ ตามใจ อันนี้เรียกว่า ไล่เลี่ยแบบตามตามกันมา แต่หากเมียบอกว่า เออ หน้าตาน่าสงสารจริง ด้วย เธอไม่ต้อง ฉันขอเดินไปซื้อเอง อันนี้คือเท่ากันเป๊ะ เสมอกันอย่างสมบูรณ์… ยิ่งให้คนอื่นมาก ก็ยิ่งได้ความสุขในการสละ มาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียง ย่อมก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่หลวง

เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกัน ไม่มีวันล้มพร้อมกัน ส่วน ปัญญาเสมอกัน

หมายถึง อย่างน้อย คุยกันรู้เ รื่ อ ง ไม่ใช่พูดจนปากเปียกปากแฉะ ก็ไม่รู้เ รื่ อ งว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร หรืออย่างน้อยเป็นไปไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา

รวมทั้งปัญญาระดับสูง ที่เข้าอกเข้าใจธรรมะ รู้เ รื่ อ งธรรมะระดับเดียวกัน เป็นไปเพื่อสวรรค์นิพานเหมือน กันเช่นฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไร ไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่ง เ รื่ อ งน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเ รื่ อ งเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง

คำว่า ปัญญา นั้นไม่ใช่ปริญญา หลายงานเสียอีก ที่ปริญญาเป็นเครื่องสนับสนุนให้ทำกรร มโง่ พูดโง่ ออกมาด้วยโมหะ ลุ่มหลงสำคัญตัวผิด รักไม่จำกัดปริญญา แต่จำกัดที่ความสามารถชักชวนกันขึ้นสูง และต้านทานกิเลส

ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกัน ย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

นอกจากเ รื่ อ งของความเสมอกันทั้ง ๔ ประการแล้ว พระพุทธเจ้ายังตรัสถึง การมีใจเอ็นดูกัน เล็งแลดูกันด้วยสายตาแห่งความรัก พูดจาด้วยถ้อยคำอันเป็นที่รัก อันเป็นธรรมดาของการครองเรือนอย่างเป็นสุข ตามประสาชาวโลกทั่ว ไปด้วย

สรุปคือ ให้กำลังใจกัน ไหน ในทางเพิ่มศรัทธา เพิ่มน้ำใจ เพิ่มศีล และเพิ่มปัญญารู้ธรรม ก็นั่นแหละ มาตรวัดความเสมอกัน ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ขอบคุณแหล่งที่มา letterplanet