มาดู 9 วิธีสวดมนต์ ให้เกิດกุศลรับพุทธคุณสูงสุด

9 วิธีสวดมนต์ ที่ทำแล้วชีวิตจึงดี มีสุข

1 ในขณะที่สวดมนต์จะเปล่งออกเสียง หรือพูดแบบกระซิบก็ได้ “ขอให้ปากได้ขยับตามบทสวดแบบชัดถ้อยชัดคำ” อย่าบ่นงึมงำไม่ได้ศัพท์เหมือนเด็กหัดพูด เพื่อให้รู้ตัวว่ากำลังสวดมนต์อยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันนี้ จิตไม่ได้ล่องลอยไปไหน (ในทางความเชื่อ การสวดให้ชัดถ้อยชัดคำ ก็เพื่อให้พระท่านรับรู้ว่าเราต้องการจะสื่อสาຣอะไร ท่านจะได้ประทานพรได้ถูก แต่ถ้ามองในทางวิทย าศาสตร์หรือจิตวิทย า เสียงที่เปล่งออกมา ปากที่ขยับ มันคือการฝึกจิตให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบันที่สุด)

2 สวดมนต์แล้วอย่าลืมนั่งสมาธิเพื่อภาวนา แผ่เมตตาให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย และสิ่งที่มองไม่เห็น ใครหรืออะไรก็ตามที่มีผลต่อชีวิตเรา ทั้งในด้านดีและด้านร้ า ย ทั้งในด้านที่เป็นมิตรและเป็นศัตรู ขอให้พย าย ามนึกเรื่อย … กล่าวขอบคุณ, ขอโทษ และให้อภัยพวกเขาในขณะที่หลับตา (ในทางพุทธศาสนา คือ การนึกถึงเ รื่ อ งเวรกssมบาปบุญ สร้างบุญให้กับตนเองและผู้อื่น แต่ในทางจิตวิทย า คือ การชำระจิตให้สะอาดกว่านี้ ไม่ให้รู้สึกว่าติดค้างอะไร แถมยังได้กำลังใจจากการนึกถึงแต่สิ่งดี อีกด้วย)

3 หลังจากสวดมนต์จบแล้ว พย าย ามดัดนิ สั ยไม่ให้ตัวเองผิดศีล 5 ถ้าเป็นเวลานอน (สวดมนต์ก่อนนอน) สวดมนต์-นั่งสมาธิแผ่เมตตาเสร็จแล้วก็รีบนอนเลย เพื่อว่างเว้นจากการประพฤติผิดศีล และเพื่อให้นอนฝันดีที่สุดจากจิตที่เพิ่งชำระสะอาดมาหมาด

4 ก่อนสวดให้เลือกเวลาและสถานที่ที่จะมีสิ่งรบกวนน้อยที่สุด เช่น ห้องนอนของตัวเองในเวลาก่อนนอน, ห้องนอนของตัวเองในเวลาตื่นนอน ไม่จำเป็นต้องไปถึงวัดก็ได้ “เพราะการทำดี ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเลือก ไม่ต้องรอ”

5 ขจัดความคิดและจิตใจให้ปลอดโปร่งที่สุด อะไรที่ทำให้คิดมาก จิตตก รู้สึกແย่ โกรธเคือง โยนทิ้งออกไปก่อน เพราะ “การสวดมนต์เพื่อหวังจะลบความรู้สึกແย่ในใจ ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น” มันจะเหมือนกับเศษตะกอนที่อยู่ในน้ำ ต่อให้เติมน้ำที่กลั่นมาใสสะอาดเท่าไหร่มันก็ยังขุ่นอยู่อย่างนั้น ถ้าไม่พร้อมจะสวดจริง อย่าเพิ่งสวด

6 ความย าวของคาถาไม่ได้การันตีว่าชีวิตจะดีขึ้นจริง สำคัญคือคาถาที่เชื่อมสมาธิให้กับตัวของเราได้ 3-5 นาทีเป็นอย่างต่ำ เช่น สวดอะระหังสัมมาฯ+คาถาชินบัญชร, สวดอะระหังสัมมาฯ+อิติปิโสฯ+พาหุงฯ+ชินบัญชร สุดแท้แต่ที่จะเลือกมาสวดเพราะคาถาทุกบทล้วนมีความหมายที่ดี

7 ระหว่างสวด “ห้ามคิดว่าจะต้องได้ลาภยศ หรืออะไรก็ตาม” ต่อให้คาถานั้นมีความหมายถึงลาภยศสรรเสริญอยู่จริง เพราะนั่นทำให้เราหมกมุ่นยึดติดกับกิเลส สิ่งที่ทำต้องทำเพื่อสมาธิและจิต ให้ว่างเปล่า บริสุทธิ์ พร้อมจะคิดอะไรใหม่ ดี เพิ่มขึ้นมาได้ (คิดดี ทำดี เป็นรากฐานก็การได้รับสิ่งดี)

8 ไม่เกร็ง ควรอยู่ในท่าที่สบาย ขัดสมาธิก็ได้ พับเพียบก็ได้ แต่ก็ให้เป็นท่าที่สามารถอยู่นิ่งได้นาน ไม่ปວดทຮมาน ไม่เหน็บชา จนต้องขยุกขยิกบ่อย ให้เสียสมาธิ

9 แนะนำการนั่งสวดมนต์ (ไปจนถึงนั่งสมาธิ) นาน ก็คือ ควรนั่งให้หลังตรง ไม่ค่อมตัว ไม่แอ่นตัว เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งพร้อมรับลมหายใจที่ไหลเวียนได้สะดวก (ออกซิเจนมีผลต่อระบบร่ า งกายเรา หากไม่ได้รับในปริมาณที่เพียงพอ เพียง เรานั่งผิดองศา เราจะง่วงซึม ปວดเมื่อย) ผลพลอยได้จากการนั่งหลังตรง ไม่เพียงแต่สมาธิที่ดี แต่ยังได้บุคลิกภาพที่สง่างามด้วย

ถ้ายังต้องมีกิจกssมอื่นหลังจากสวดมนต์-นั่งสมาธิจบแล้ว เช่น จะต้องออกไปทำงาน หรืออะไรก็ตาม ให้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ผิดศีล 5 เลยภายในกี่ชั่ วโมงก็ว่ากันไปตามแต่สะดวก อาจพัฒนาจากไม่กี่ชั่ วโมงเป็นทั้งวันได้ยิ่งดี

เลือกปฏิบัติกันได้แล้วแต่คุณจะสะดวก อาจจะไม่ทุกวัน แต่ขอให้สม่ำเสมอจนเป็นนิ สั ย … สุขภาพกายและสุขภาพจิตดี ผลตอบแทนที่ดีจะเกิດแก่ตัวท่านเอง