มัวแต่ประกาศ ข้อเสีย ของผู้อื่น แต่เ รื่ อ งของตัวเองกลับ ไม่สะอาด คนแบ บนี้ควรอยู่ห่างไว้

คนที่คอยแต่พูดถึง “ข้อเสีย” ของคนอื่น คอย “ใส่ร้ า ยป้ายสี” คนอื่น

“นิ น ท า” คนอื่นกับเรา หากไม่s ะวั ง เมื่อเราไม่อยู่ในวงสนทนา

เขานั่นแหละ จะคอยประกาศเ รื่ อ งของเราให้คนอื่นรู้

คนประเภทนี้ ห่างไว้ดีที่สุด หาย ากที่สุด คือ

คนที่คอยให้กำลังในย ามที่เราล้ม

ดูย ากที่สุด ก็คือ ใจของคนเรานี่แหละ

ย ามดีมีประโยชน์ ใคร ก็มักเข้าหา เพื่อนฝูงมากหน้า

ย ามหมดประโยชน์ ย ามล้ม ย ามที่เกื้อหนุนใครไม่ได้อีก

เราจะเห็น “น้ำใจของคน” คำพูดบางประโยค

แม้จะเป็นความจริง แต่เมื่อพูดแล้วมันบั่นทอนจิตใจคนฟัง

ไม่ต้องพูดก็ได้อย่าเอาแต่สะใจเรา คนอื่นเขาฟังแล้วทุกข์

“มันไม่ดี” “ปากคนเป็นสิ่งเดียวที่ห้ามไม่ได้พอ กับความคิด”

ดังนั้นเมื่อต้องตกอยู่ท่ามกลางคยพูดไม่ดีนิ น ท าว่าร้ า ย พูดจาส่อเสียดให้คนแตกแยก

ยิ่งฟังก็หาความจรรโลงหูไม่ได้ ไม่ก่อประโยชน์ใด

ก็ควรเลิกฟังเสีย เดินออกมาจากจุดนั้นเสีย คนที่ยกเอาแต่ข้อเสียคนอื่นมาพูดสนุกปาก

ย่อมมองไม่เห็นข้อดีของคนอื่นหรอก เพราะคอยแต่จับผิดอยู่อย่างนั้น

ผสมกับความคิดที่มี ‘อคติ’ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นข้อดีของคนอื่น ได้

มันจึงมีคำกล่าวว่า คนอื่นความผิดนับแสน ตัวเองความผิดเท่าเล็บมด

ข้อเสียคนอื่นรู้หมด แต่ข้อเสียตัวเองไม่มีใช้ไม่ได้คนแบ บนี้

คนที่หมั่นพิจารณาตน เขาไม่ไปเพ่งข้อเสียใครหรอก

เพราะเขาจะเอาเวลามาเพ่งข้อเสียตัวเองแล้วแก้ไข

ทำความเข้าใจคนอื่นว่าอย า กแล้ว ทำความเข้าใจตนเองย ากยิ่งกว่า

จงจำไว้ คนเหล่านี้ไม่น่าคบ

  1. สนใจแต่เฉพาะเ รื่ อ งตัวเอง มักจะโผล่มาเฉพาะเวลาที่ต้องการให้คนช่วยเสร็จแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ

คนประเภทนี้เอาคำว่า “เพื่อน” หรือความสัมพันธ์ต่าง มาบังหน้าไว้เท่านั้น คุณสมบัติของคนเหล่านี้ ร้อยวันพันปีหากไม่มีเ รื่ อ งอะไรที่ที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เขาจะไม่โผล่ตัวมาหาคุณเลย ยกตัวอย่างเล็ก เช่น เขาจะ แชท ทักคุณมาก็ต่อเมื่อเขากำลังมีเ รื่ อ งให้คุณช่วยเท่านั้น กลุ่มบุคคลนี้มักเป็นผู้เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียวซะด้วยสิ

และพอเขาใช้งานคุณเสร็จแล้วก็หายตัวเข้ากลีบเมฆไปอย่างรวดเร็ว บุคคลเหล่านี้ขัดกับตำราเพื่อนที่ดีที่ได้กล่าวไว้ว่าคนช่วยต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน คนประเภทนี้หากคุณสังเกตดี ว่าเวลาคุณต้องการความช่วยเหลือขึ้นมาบ้างบางครั้งเขาอาจจะไม่ปรากฏตัวเลยก็เป็นได้นะ

  1. ทำตัวเป็น “งูเห่า” เลี้ยงไม่เชื่อง

สมัยเด็กคุณคงเคยได้ยินนิทานก่อนนอนเ รื่ อ ง “ชาวนากับงูเห่า” มาบ้างแล้ว บางทีคุณไม่ได้โง่หรอกที่เมื่อเพิ่งรู้จักกันระยะแรกคุณมองไม่ออกว่าคนรอบตัวคุณใครคือ “งูเห่า” ด้วยความที่คุณเป็นคนดีคุณก็เมตตาคนประเภทนี้ไปเรื่อย แต่คนประเภทนี้นอกจากเขาอาจจะไม่ได้ตอบแทนคุณด้วยการขอบคุณหือความรู้สึกที่ดีต่อคุณ เขายังไปฉกกัดคุณ มีความริษย าใน๑วงใจ จ้องจะทำร้ า ยคุณเป็นผลตอบแทน

  1. ทำตัวเป็น “นกสองหัว” ปากอย่างใจอย่างหรือต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง

สำหรับบุคคลเหล่านี้แล้ว ต่อหน้าเขาคุณจะเปรียบเป็นเทพบุตรผู้ไร้ราคี เขาจะไม่มีวันเอาข้อเสียหรือสิ่งที่เขาไม่พอใจมาพูดให้คุณได้ฟังต่อหน้าเป็นแน่ แต่อย่าได้เผลอเลยคนคนเดียวกันนี่เองลับหลังคุณเขาได้เอาคุณไปพูดไปนิ น ท าไปพูดกระแนะกระแหนไปกุเ รื่ อ งเป็นสิบเป็นร้อยเ รื่ อ ง จนกลายเป็นอีกเ รื่ อ งที่คุณอาจไม่คิดมาก่อนก็ได้

  1. กอบโกยผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว จ้องเอารัดเอาเปรียบไม่มีที่สิ้นสุด

บุคคลประเภทนี้มักจะแอบแฝงมาในรูปแบบเพื่อนหรือคนสนิทต่าง เข้ามาหาคุณ ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วเหตุผลที่เขาเข้าหาคุณนั้นเพียงเพื่อจะมาเอาผลประโยชน์จากคุณเท่านั้นซึ่งอาจจะเป็นทรัพย์สินที่คุณมีอยู่ อาจจะเป็นแรงกาย หรือทรัพย์สินทางสติปัญญาของคุณเพื่อโอนเข้าทางประโยชน์ของเขา มันเป็นเ รื่ อ งปกติมากที่คนเราทุกคนเกิດมาอย่าง “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า”

ความหมายคือคนเราต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน ย้ำอีกที “ซึ่งกันและกัน” แต่บุคคลนี้กลับใช้คตินี้ตีความผิดไปหรือไม่ก็ตีความไม่ครบ เขากลับเห็นแต่ประโยชน์ที่คุณจะสามารถให้เขาได้ ใช้เล่ห์กลเพื่อเอารัดเอาเปรียบคุณสารพัดรูปแบบ สำคัญแต่ตัวจะรับไม่คำนึงถึงการให้ โดยเบื้องลึกของจิตใจคนเหล่านี้บางคนไม่ได้คิดแม้แต่จะหาทางตอบแทนคุณอย่างใด

  1. ไม่มีความ “เสมอภาค” ในมิตรภาพ ไม่เห็นความสำคัญของอีกฝ่าย

คุณอาจสงสัยว่าหมายถึงบุคคลประเภทนี้ใดกัน บุคคลประเภทนี้ก็หมายถึงบุคคลที่ชอบทำอะไรที่ไม่เป็นธรรม ตัวอย่างก็เช่นเวลาใดที่บุคคลเหล่านี้มีเ รื่ อ งทุกข์ใจอย า กแ ช ร์ก็ไปหาคุณได้ตลอดเวลา แต่พอคุณมีเ รื่ อ งต้องการคนปรับทุกข์บ้างคุณกลับไม่สามารถไปหาคนคนนี้ได้เนื่องจากเขากลับไม่ได้รับฟัง หรือ เขาอาจเรียกร้องน้ำใจของคุณอยู่ฝ่ายเดียวเช่น ช่วยงานให้เขาหรือให้คุณช่วยอะไรเขาจิปาถะ แต่เมื่อถึงทีของคุณบ้างคุณกลับไม่ได้รับน้ำใจนั้นกลับคืนมา เ รื่ อ งนี้ดูเผิน อาจดูเป็นเ รื่ อ งเล็กน้อย แต่มันมีความหมายว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้มองเห็นความสำคัญในตัวคุณมากที่คุณคิด

  1. เป็นนักกุเ รื่ อ งชีวิตไม่อยู่บนฐานความเป็นจริง

บุคคลประเภทนี้มักชอบพูดเ รื่ อ งเทจเป็นกิจจะลักษณะ ไม่สนใจว่าสิ่งที่ตนเองได้ให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อผู้อื่นไปแล้วฝ่ายตรงข้ามจะถูกคนในสังคมมองเช่นไร บุคคลประเภทนี้มักชอบพูดจาบิดเบือนความจริง จนบางครั้งคุณก็น่าจะรู้สึกได้ด้วยตัวคุณเอง

  1. เป็นมิจฉาชีพในรูปแบบคนรู้จัก

บุคคลประเภทนี้อาจเข้ามาทำความรู้จักกับคุณเพราะเขาต้องการบางอย่างจากคุณแบบไม่สุจริต เขาอาจเป็นมือขโมยในคราบของเพื่อน ไม่ว่าเป็นทรัพย์สินทางตัวหรือทางปัญหา หรือไม่ก็หลอกหาผลประโยชน์ด้วยวิธีแบบเดียวกับที่มิจฉาชีพเขาทำกัน สำหรับคนประเภทนี้แล้วเมื่อคุณต้องs ะวั งตัวเมื่อเริ่มรู้ตัวว่ามีคนประเภทนี้เข้ามาในชีวิตทางที่ดีแนะนำให้ตีตัวออกห่างไปยิ่งไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

หากคนรอบข้างของคุณหรือขอให้ถือโอกาสนี้รวมไปให้ตัวคุณเองได้พิจารณาตัวเองมีลักษณะนิ สั ยข้อใดที่เป็นอยู่จงรู้ไว้ว่าเป็นนิ สั ยที่ไม่น่าคบหา หากเปลี่ยนได้ควรตั้งใจเปลี่ยนให้ดีตั้งแต่วันนี้ดีกว่า คุณต้องอย่าลืมว่าคนที่มีนิ สั ยดังกล่าวเหล่านี้นั้นจงเชื่อว่าล้วนจะไม่เป็นผลดีต่อตัวของบุคคลคนนั้นเอง บุคคลอื่นอาจจะรู้ไม่ถึงในครั้งแรก แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่มี Common sense เป็นของตนเองที่จะรับรู้และพิจารณานิ สั ย ชีวิตของบุคคลเหล่านี้จะแสแสร้งหรือทำนิ สั ยด้านลบเหล่านี้ต่อคนอื่นได้กี่ครั้งกันเชียว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก นามบุญ , earnps จากเว็บไซต์พันทิปดอทคอม