ทำทุกวัน ชีวิ ตดี

ขอกราบนมัสการหลวงพ่อโสธร สำหรับในวันนี้เป็นวันดี เป็นคืนมงคล อย า กจะให้พี่น้องประชาชนทุกคน ได้สวดมนต์ คาถาหลวงพ่อโสธร ขอพรกับหลวงพ่อโสธร เพื่อเป็นบุญบารมี เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

บทสวดมนต์ ต่อไปนี้เป็นบทสวดอภิมหามงคล สวดแล้วชีวิตจะดีขึ้น ทำมาหากินคล่อง ค้าขายดี ไม่มีใครมาคิดไม่ดี เรียกได้ว่าเป็นคาถาครอบคลุมทั้งบริวาร วันนี้เป็นวันดีอย า กจะให้ทุกคนได้สร้างบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง และอย า กจะให้แ ช ร์แบ่งปันคุณงามความดีเหล่านี้ให้กับผู้อื่นได้สวดมนต์ ได้ท่องคาถา เพื่อที่จะได้สร้างบารมีร่วมกัน

เริ่มต้นให้นั่งสมาธิ 1 นาที จากนั้นตั้ง นะโม 3 จบ แล้วสวดตาม

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร (องค์กลาง)

อิติ อิติ อิติ โสธโร นโม พุทธา ยะ ยะธา พุธโมนะ คาถาบูชาพระพุทธโสธร กายะนะ วาจายะวะ วาโสธะรัง นามะ อิติปาริหะ ริยะการัง พุทธธะ รูปัง อะหังปิ วัณทามิ สัพพะโส

คาถาบูชาพระ 5 องค์ ของหลวงพ่อโสธร นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) นะ ทรงฟ้า โม ทรงดิน พุทธ ทรงสินธุ์ ธา ทรงสมุทรยะ ทรงอากาศ พุทธังแคล้วคลาด ธัมมัง แคล้วคลาด

สังฆัง แคล้วคลาด ศัตรูภัยพาล วินาศสันตินะกาโร กุกกุสันโธ สิโรมัชเฌ โมกาโร โกนาคะมะโน นานาจิตเต พุทธกาโร กัสสะโป พุทโธ จะ ทะเวเนเต ธากาโร ศรีศากะยะมุนี โคตะโม ยะกันเน ยะกาโร อะริยะ

เมตตรัยโย ชิวหาทีเต ปัจจะพุทธา นะมามิหัง

คาถาบูชาหลวงพ่อโสธร : คาถาบูชาหลวงพ่อโสธรนี้ ภาวนาทุกวันจะปลอดภัย ป้องกันอันตรายทั้งปวง ร่มเย็นเป็นสุขตลอดชีวิต อีกทั้งมีเมตตามหานิยม ซื้อง่ายขายคล่อง นำมาซึ่งโภคทรัพย์

“เ รื่ อ งเล่าประวัติเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร”

ประวัติเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธร มีเ รื่ อ งราวที่เล่าขานกันมานาน เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธย าตอนปลาย มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา 3 องค์ที่แม่น้ำบางปะกง พอมาถึงบริเวณสถานที่แห่งหนึ่ง มีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา จึงช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง ด้วยการเอาเรือออกไปอัญเชิญช่วยกันยกขึ้นเรือ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยกเอาขึ้นมาไม่ไหว จึงเปลี่ยนวิธีการเป็นเอาเชือกเส้นใหญ่ไปคล้ององค์พระทั้ง 3 องค์อย่างแน่นหนา แล้วช่วยกันชักลากขึ้นมาบนฝั่ง

ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของชาวบ้านในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก เพราะทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ชาวบ้านพย าย ามลองอยู่หลายครั้งหลายวิธีก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเชือกข า ดรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ประกอบกับ กระแสน้ำเกิດปาฏิหาริย์ปั่นป่วนขึ้นมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์จมหายไป ท่ามกลางความเสียดายของผู้คนซึ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ต่างพากันยกมือไหว้ท่วมศีรษะ

บางคนก็พูดว่าไม่มีบุญเพียงพอ ที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ขึ้นมาได้ ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นโจษขานกันต่าง นานา บ้างก็ว่า เทวดาฟ้าดินไม่โปรด หลวงพ่อก็ไม่ยอมประดิษฐานอยู่บนฝั่ง เ รื่ อ งราวโจษขานกันไปมากมายนี้ ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกสถานที่ ที่พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มาสำแดงปาฏิหาริย์ลอยวนทวนน้ำไปมาว่า “สามพระทวน” เรียกกันเรื่อยไปนานเข้าก็เพี้ยนกลายเป็น “สัมปทวน” กันไปในที่สุด

ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ที่ลอยมาในแม่น้ำบางปะกงนั้น องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี ไปผุดขึ้นที่คลองวัดบางพลี ชาวบ้านอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานเอาไว้ที่วัดบางพลีได้โดยง่าย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพระพุทธรูปองค์นี้ ท่านต้องการจะประดิษฐานอยู่ ณ ที่ตรงนั้นก็เป็นได้ ปัจจุบันคือ หลวงพ่อโต วัดบางพลี สมุทรปราการ

อีกองค์หนึ่งลอยไปที่บริเวณบ้านแหลมสมุทรสงคราม ชาวบ้านตีอวนได้องค์พระขึ้นมา แล้วอัญเชิญไปประดิษฐาน ที่วัดบ้านแหลม หรือในปัจจุบันคือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือที่รู้จักกันดีคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม และอีกองค์หนึ่งผุดขึ้นมาที่แม่น้ำบางปะกง ที่หน้าวัดเสาธงทอนหรือ “วัดโสธรในปัจจุบัน”