วิ ธี ทำบุ ญง่าย แถมได้บ า รมีครบ 10 ทั ศ โดยหลวงพ่อจรัญ

วิธีทำบุญง่าย สำหรับคนไม่มีเวลา สามารถทำได้ทุกวัน โดยได้บารมี 10 ทัศ ครบถ้วนบริสุทธิ์ บริบูรณ์ พูดถึงเวลาถ้าเราทำบุญ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการ ตักบาตรหรือเข้าวัดทำบุญ เป็นส่วนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลา ก็เลยเสียโอกาสในการสั่งสมบุญ บารมี วันนี้จึงมีเ รื่ อ งมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่ า นและพิจารณา เผื่อจะได้แง่มุมใหม่ในการสร้างบุญกุศล สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เพื่อจะได้นำมาปฏิบัติอย่างง่าย เพื่อสั่งสมบุญบารมี มีดังนี้

1 หากระปุกออมสิน หรือ บาตรพลาสติก ( ร้านสังฆทานต่าง จะมีขาย ) หรือภาชนะที่สะดวก ในการหยอดเงิน นำมาวางไว้ที่ในห้องพระ หรือหิ้งพระ สำหรับคนที่อยู่คอนโด หรืออพาร์ทเม้นต์ ถ้าไม่มีห้องพระ ให้หารูปพระ มาติดที่ฝาผนังก็ได้

2 ทุกวันให้เราสละเวลา เพียงวันละประมาณ 20-30 นาที สวดมนต์ไหว้พระเวลาไหนก็ได้ที่เราว่าง เราสบายใจ เช้า สาย บ่าย เย็น หรือก่อนนอน โดยเริ่มจากบท

คำบูชาพระ – อิมินาฯ…

คำบูชาพระรัตนตรัย – อะระหังฯ…

นมัสการพระพุทธเจ้า – นะโมฯ… (ระหว่างนี้ให้นำเงินมาจบเอาไว้ในมือ 1 บาท 5 บาท หรือแล้วแต่สะดวก)

กล่าวบูชาไตรสรณคมน์ – พุทธัง สะระนัง คัจฉามิ ฯ…

สวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ – อิติปิโสฯ…

สวดบทพาหุงมหากา (ถวายพรพระ) – พาหุงสะหัสฯ…

จากนั้นกลับมาสวดบท พุทธคุณ อีก 9 จบ หรือจะสวดเท่าอายุบวกหนึ่งก็ได้

3 จากนั้นตั้งจิตให้เป็นสมาธิสักระยะหนึ่ง แล้วอ ธิษฐ านจิตจนเสร็จ จึงนำเงินที่จบไว้ในมือ ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ที่หิ้งพระหรือโต๊ะห มู ่บูชา แต่อย่าลืม แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลทุกครั้งให้เจ้ากssมนายเวร(ทำอ ย่า ง นี้ทุกวันอย่าได้ข า ด)

4 หลังจากนั้น เราก็จะได้บารมีครบถ้วน เพียง สวดมนต์ไม่กี่นาที และสิ่งเหล่านี้ก็จะสะสมในใจเราทีละน้อย เหมือนกับเราเก็บเงินวันละ บาท 10 วันก็ได้ 10 บาท แต่ถ้าเราไม่ทำอะไร เราก็จะไม่ได้อะไรเลย แล้วเงินที่เราหยอดทุกวัน ที่ได้จากการสวดมนต์ ก็เหมือนเราตักบาตรทุกวัน โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เมื่อมีโอกาศเข้าวัด หรือจะไปทำบุญตามสถานที่ต่าง เราก็นำเงินนั้นแหละไปทำบุญ หยอดตู้ ใส่ซอง ทำให้จิตของเราติดอยู่กับบุญกุศล ทุกวัน

1 ทานบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทานคือเอาเงินที่จบใส่ใน กระปุกออมสิน หรืออื่น เป็น ทานบารมี

2 ศีลบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ในขณะนั้น เราไม่ได้ทำบาปกssมกับใคร มีศีลอยู่ในขณะที่สวดมี ศีลบารมี

3 เนกขัมมบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ จิตของเราปราศจาก นิวรณ์มารบกวนจิตใจ ถือว่าเป็นการบวชใจ ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมี

4 ปัญญาบารมี = การสวดมนต์ทำด้วยความศรัทธา ทำด้วยปัญญาที่เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ช่วยฝึกฝนให้เกิດสติ มีสมาธิเป็น ปัญญาบารมี

5 วิริยะบารมี = ถ้าเราไม่มีความเพียร เราก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเพียรเป็น วิริยะบารมี

6 ขันติบารมี= มีความเพียรแล้ว ไม่มีความอดทน ความเพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทน ความอดทนเป็น ขันติบารมี

7 สัจจะบารมี = มีความเพียร มีความอดทนแล้ว และมีความจริงใจในการประพฤติปฏิบัติ ซึ่งความจริงใจคือ สัจจะบารมี

8 อ ธิษฐ านบารมี = เมื่อเราสวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตั้งจิตอธิฐาน การอธิฐานเป็น อ ธิษฐ านบารมี

9 เมตตาบารมี = ใส่บาตร สวดมนต์เสร็จ ก็ต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล การแผ่เมตตาเป็น เมตตาบารมี

10 อุเบกขาบารมี = ขณะที่แผ่เมตตา เราต้องทำใจของเราให้มีเมตตา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำใจให้เป็นพรหมวิหาร 4 อุเบกขา วางเฉย อโหสิกssม กับบุคคลที่เราเคยล่วงเกินกันมา ไม่โกรธใคร ไม่เ ก ลี ຍ ด ใคร ไม่ชอบใคร ไม่ชังใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบ วางใจให้เป็นอุเบกขา เป็น อุเบกขาบารมี

ขอความมุ่งมั่นโปรดอยู่กับท่าน…………… ขออนุโมทนา ณ ที่นี้ด้วย

ขอบพระคุณแหล่งที่มา : วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี