เมื่อไม่มี ก็ไม่ทุกข์ อ่ า นแล้วสุขใจขึ้นเยอะ

เมื่อไม่มี ก็ไม่ทุกข์ อ่ า นแล้วสุขใจขึ้นเยอะ

ณ ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่กลางป่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีชายคนหนึ่งซึ่งมีอาชีพเป็นคนเลี้ยงโค (นายโคบาล) ได้มาพบเข้ากับพระพุทธเจ้าซึ่งไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธองค์ จึงเข้าไปถามว่า “ขอโทษขอรับ ท่านเป็นใคร?”

พระพุทธเจ้า ทรงตรัสตอบว่า “เราตถาคต”

นายโคบาลตกใจ บอกว่า “พระองค์มานั่งอยู่กลางป่าได้อย่างไร พระองค์มีความสุขไหม?”

พระพุทธเจ้า จึงทรงตรัสตอบว่า “เธอรู้ไหม ในบรรดาคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันเป็นหนึ่งในนั้น”

นายโคบาลได้ยินพระดำรัสเช่นนั้น ถึ งกั บตัวชาและมีความปิติ ด้วยอำนาจของพระพุทธองค์

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อว่า “เธอกำลัง ทำอะไร?”

นายโคบาลตอบว่า “หม่อมฉัน ตามหาวัวขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อว่า “วัวกี่ตัว?”

นายโคบาลตอบว่า “16 ตัว ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อว่า “แล้วตอนนี้ วัวอยู่ไหน?”

นายโคบาลตอบว่า “วัวหายทั้งหมดเลยขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อว่า “เธอคิดว่าฉันมีวัวไหม?”

นายโคบาลตอบว่า “ไม่มีขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อว่า “คนไม่มีวัวอย่างฉัน มีโอกาสทุกข์เพราะวัวหายไหม?”

นายโคบาลตอบว่า “ไม่มีขอรับ”

พระพุทธเจ้า จึงตรัสว่า “เห็นไหมว่า คนมีวัว ทุกข์เพราะวัว คนไม่มีวัว ก็ไม่ทุกข์”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามอีกว่า “ในเมืองนี้ ใครมีอำนาจ มีเงินทองมากที่สุด?”

นายโคบาลตอบว่า “พระเจ้าพิมพิสารขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ “พระเจ้าพิมพิสาร มีอำนาจเงินทองที่สุดในเมือง มานั่งเล่นกลางป่าอย่างฉันได้ไหม?”

นายโคบาล ตอบว่า “ไม่ได้ ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ “ก็มีอำนาจ เงินทองขนาดนั้น ทำไมมานั่งเล่นอย่างฉันไม่ได้”

นายโคบาลตอบว่า “ถ้าพระเจ้าพิมพิสารออกมานั่งเล่นชายป่าอย่างพระองค์ ก็จะถูกปฏิวัติได้ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ “เห็นไหม ระหว่างฉันกับพระเจ้าพิมพิสาร ใครมีความสุขกว่ากัน?”

นายโคบาลตอบว่า “พระพุทธองค์ ขอรับ”

พระพุทธศาสนาสอนว่า

วิถีแห่งความสุขไม่ได้อยู่ที่ ความมั่งมี หรือ ความย ากจน แต่อยู่ที่เรารู้จักยินดีในสิ่งที่มี รู้จักพอดีในสิ่งที่ได้ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว

โค 16 ตัวที่ทุกคนเลี้ยงไว้ มีตั้งแต่ พระราชา เศรษฐี ประชาราษฎร์ทั่วไป พ่อค้า ฯลฯ พระพุทธเจ้าไม่มี พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่มี พระอรหันต์ไม่มี พระอนาคา พระสกิทาคา พระโสดาบันมีน้อย ปุถุชนทั่วไปมีมากหนาแน่น เรียกว่า อุปกิเลส 16

อุปกิเลส แปลว่า ธรรมชาติที่ทำให้ใจเ ศ ร้ าหมอง, เครื่องทำให้ใจเ ศ ร้ าหมอง หมายถึง สิ่งที่ทำให้ใจเ ศ ร้ าหมองขุ่นมัวไม่แจ่มใส ทำให้ใจหม่นไหม้ ทำให้ใจเสื่оมทราม กล่าวโดยรวมก็คือ สิ่งที่ทำให้ใจสกปรก ไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์นั่นเอง

อุปกิเลส แสดงไว้ 16 ประการคือ

  1. ความเพ่งเล็งอย า กได้ไม่เลือกที่
  2. ความพย าบาท
  3. ความโกรธ
  4. ความผูกใจเจ็ບ
  5. ความลบหลู่บุญคุณ
  6. ความตีเสมอ
  7. ความริษย า
  8. ความตระหนี่
  9. ความเจ้าเล่ห์
  10. ความโอ้อวด
  11. ความหัวดื้อถือรั้น
  12. ความแข่งดี
  13. ความถือตัว
  14. ความดูหมิ่น
  15. ความมัวเมา
  16. ความประมาทเลินเล่อ

หากอ่ า นแล้วรู้สึกสบายใจ โปรดส่งต่อเพื่อเป็นธรรมทาน

ที่มา postsara