บทความดี สั้น ?

ทัศนคติแบบหนึ่ง ย่อมนำพาเราไปสู่สิ่งหนึ่ง ทำไมเราจึงอย า กอ่ า นบทความดี เ รื่ อ งราว ดี ? ถ้าเดาไม่ผิด ก็คงเพราะอย า กได้สาระ แง่คิด หรือบางสิ่งที่จะช่วยกระตุ้น ความคิด จิตใจ ไม่ว่าในด้านใดก็ด้านหนึ่ง ซึ่งถ้าเดาต่อไป อาจเพราะบางทีช่วงชีวิตตอนนี้กำลังมองหาอะไรบางอย่าง ที่ไม่มีใครตอบคำถามเราได้ในบางสิ่ง บ้างอาจแย้งว่า กำลังคร่าเวลาในรูปแบบสร้างสรรค์ หาสาระใส่ตัว หาแง่คิดที่มีประโยชน์ นั่นก็ไม่ผิดอะไร ทว่า บทความดี ต้องสั้น ด้วย หรือ?

เราชอบอะไรง่าย
มีคำถามหนึ่งซึ่งน่าจะตอบกันได้ ถ้าให้เปรียบเทียบสองสิ่งตรงนี้คุณชอบอะไร?

ระหว่าง
รวดเร็ว กับชักช้า
ไม่นาน กับนาน
ทำเยอะ กับทำน้อย
พย าย าม กับไม่ต้องพย าย าม
ใช้เวลาน้อย ใช้เวลามาก

เชื่อว่า คำตอบล้วนเป็นไปในทาง ไม่ต้องใช้เวลา ไม่ต้องพย าย ามอะไรกับมันมาก เราล้วนชอบเ รื่ อ ง “ง่าย ” ผมเคยถามอะไรเกี่ยวกับสิ่งง่าย นี้มาบ่อย เช่นว่า ระหว่างทำธุรกิจที่ทำง่าย กับทำย าก แบบไหนมีโอกาสเจ๊ง หรือสำเร็จมากกว่ากัน? คำตอบคิดไม่ย าก อะไรที่ทำง่ายเดี๋ยวก็โดนเลียนแบบ เดี๋ยวก็คู่แข่งมากมาย ลำบากแน่นอน หรือคำถามที่ว่า ถ้าคุณเป็นผู้จัดการ ลูกน้องคนที่ทำงานง่าย ทั่วไป กับคนหนึ่งที่ทำงานย ากบ่อย อย า กจะเลื่อนตำแหน่งใคร? หรือใครควรได้เงินเดือนมากกว่า? ผมว่าคุณมีคำตอบเ รื่ อ งคุณค่าของความ ง่าย กับ ย าก อยู่ในใจแล้ว

ทำไมหนังสือรวมเ รื่ อ งสั้น ขายไม่ดีเท่าเ รื่ อ งย าว

บทความดี สั้น นั้นมีอยู่ไหม? ย่อมมี และเป็นที่นิยมโดยง่าย ซึ่งเราจะสามารถหาอ่ า นได้ทั่วไปตาม forward mail อีเมล์ที่ส่งต่อ กันมา ยุคต่อมาก็ส่งกันใน facebook, line social media ต่าง เชื่อหรือไม่ จะ 20 ปีแล้วผมยังเห็นเ รื่ อ งสั้น เหล่านั้นส่งต่อให้กันอยู่เลย ที่ร้ า ยกว่า มีการเอาไปดัดแปลง เสมือนว่าเป็นเ รื่ อ งของตัวเอง ซึ่งหลายเ รื่ อ งก็แปลมาจากเมืองนอกอยู่แล้ว

ประเด็นหนึ่งคือ เหล่านี้มักไม่ใช่บทความ แต่เป็นความเรียง เ รื่ อ งสั้น หรือเรียงความ ที่ผมเขียนก็ไม่ค่อยจะใช่บทความ แต่เราเข้าใจกันเอาง่าย ซึ่งมันก็ทำให้สื่อสารง่ายกว่า สำหรับพวกบทความสั้น หรือเ รื่ อ งสั้น ที่เรารู้สึกว่าดี อาจมาจากการส่งต่อ เห็นคนส่งต่อกันมาเยอะ เราก็จะ เห้ยดี แน่เลย อ่ า นหน่อย ก็เป็นได้ ซึ่งใช่ว่าเพราะเป็นคนชอบอ่ า นแต่ถ้ามีคนบอกว่า หนังสือเล่มนี้ดีมาก ก.ไก่ล้านตัว ก็ไม่แน่นักว่าจะยอมอ่ า นไม่เกี่ยวกับต้องซื้อ หรือเสียเงิน เพราะต่อให้หยิบยืมไปอ่ า นฟรีด้วย ก็ไม่แน่ใจนักว่าจะอ่ า นหรืออ่ า นจบ

เ รื่ อ งนี้น่าสนใจ เราล้วนชอบอ่ า นอะไรสั้น เพราะมันง่าย แต่ทำไมหนังสือรวมเ รื่ อ งสั้น ขายไม่ดีเท่าเ รื่ อ งย าว และยังมีน้อยกว่าอีกด้วย หรือพวกไม่ชอบอ่ า นย าวไม่ค่อยมีเงินซื้อ ไม่น่าจะเกี่ยว

หนังสือที่นิยม และกำลังมีชื่อในปีนี้บ้านเราอย่าง “เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ Sapiens” ก็หนาถึง 608 หน้า หรือ Principles : Life & Work ก็ 616 หน้า นี่คือฉบับแปลไทย และในวงการนิย ายผมไม่รู้จริง แต่ส่วนใหญ่ ก็มี 2-3 ร้อยหน้า ไม่สั้น และอ่ า นไม่ง่ายเลย

ง่ายมักไม่ค่อยได้อะไร?
จากย่อหน้าแรก และในส่วนคำถามข้างต้นที่ให้เปรียบเทียบกันแล้วเลือกว่าชอบอะไร จนถึงความย าวของหนังสือที่นิยม ดูจะย้อนแย้ง ก็ในเมื่อคนส่วนใหญ่ชอบเ รื่ อ ง ง่าย แต่คนเราอย า กได้สาระ ทำไมมันไม่ไปทางเดียวกัน?

คุณเคยได้ยินเ รื่ อ งกฎ 1% ไหม (ไม่เกี่ยวกับหนังสือคุณพอลเพราะไม่ได้อ่ า น) แต่มันคือเ รื่ อ งจริงที่ผมเองก็เคยพูดมานาน เพราะเคยได้ยินสถิตินี้มาหลายปีแล้วว่า โลกเรามีคนที่ไม่ถึง 1 เปอเซนต์ด้วยซ้ำที่สำเร็จในระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นว่าต้องเฉพาะตัวเงินที่ชี้วัด หากมองในทุกวงการ เช่น ศิลปิน นักร้อง ชาวสวน คนทำนากุ้ง คุณก็จะพบสถิติไม่ต่างกันระหว่างคนสำเร็จ กับไม่สำเร็จ

หนังสือขายดีในประเทศเรา ที่เรียกว่าขายดี ก็มีจำนวนขายไม่ถึง 1 % ของประชากรทั้งหมดในประเทศอยู่ดี ส่วนใหญ่จะพิมพ์เพียงครั้งละ 5,000 เล่ม มั่นใจหน่อยก็ 10,000 เล่ม พิมพ์ 7 ครั้ง(ถือว่าขายดีมากนะ) ก็ 7 หมื่นเล่ม เทียบกับประชากร 65 ล้านคน คิดดูสิ ไม่ถึงครึ่งของเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ น่าคิดไหม? และขายดีมาก เป็นแสนเล่ม อัตราส่วนก็ยังน้อยอยู่ดี

ผมไม่ได้จะบอกว่าคนอ่ า นหนังสือคือคนเก่ง และไปอยู่ในกลุ่มคนที่สำเร็จ แต่ผมกล้าพูดว่ากลุ่มคนที่สำเร็จ อ่ า นหนังสือ ส่วนใหญ่อ่ า นเยอะด้วย ถ้าคุณเคยได้ยิน เขาจะมีการแนะนำหนังสือจากคนดังปีละ 5-10 เล่มด้วยซ้ำไป

เ รื่ อ งที่ผมเขียน บทความ ความเรียงต่าง ที่จริงแล้วไม่ย าวเลยหากเทียบกับขนาดหนังสือ บางครั้ง 1 – 2 หน้า A4 บางทีก็ไม่ถึงหน้าด้วยซ้ำ แต่ผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะสิ่งที่ผมเขียน ในหลายแห่งของบทความ หลายเว็บไซต์ หลายเพจ มีเ รื่ อ งราวดี ที่ ไม่ย าว แต่สำหรับคนทั่วไปมันไม่สั้น ซึ่งเชื่อเหมือนกันว่า หลายคนก็อย า กให้มันสั้น แต่รวม แล้ว ก็คล้ายกันคือ สั้นมันไม่พออธิบาย ไม่ได้ใจความ และง่ายมันจะได้อะไร?

ย าวก็ใช่ว่าจะได้อะไร
สิ่งหนึ่งอาจมีความคิดอยู่ว่า บางทีอ่ า นย าว ก็ไม่ได้อะไร ไม่เข้าใจ เข้าใจย ากอีกต่างหาก ก็เป็นเ รื่ อ งจริง ผมเคยอ่ า นหนังสือ 2 ร้อยกว่าหน้าแล้วพบว่า มีสรุปเพียงนิดเดียว และดันเป็นประเด็นที่ผมชอบมาก ซึ่งหากเข้าใจจะพบว่า ในหนังสือนั้น มีความพย าย ามที่ยกตัวอย่าง ยกประเด็น และนำเสนองานวิจัยเพื่อเราเห็น และเชื่อได้อย่างมั่นใจว่า หลักการเพียงไม่กี่บรรทัดนั้น มันจริงอย่างไร

ถ้าไม่เคยมีการอธิบายเหล่านั้นเลย หนังสือเล่มนั้นจะไม่น่าเชื่อถือในทันทีและคงไม่มีการแนะนำต่อกันไป แต่ถ้าเราเชื่อแล้วมันจึงอ่ า นไม่สนุก ก็อารมณ์ว่า รู้แล้ว เข้าใจแล้ว ไม่อย า กอ่ า น(ฟัง)แล้วนั่นเอง

ในอีกด้านบทความย าวแล้วดีหมดไหม คงต้องบอกได้เลยว่า ไม่ บางบทความย าวเราก็รู้สึกไม่ได้อะไรเช่นกัน แต่หากเทียบกันจริง แล้ว คำว่าได้ กับไม่ได้ บางครั้งมันเป็นเ รื่ อ ง ตรงใจ หรือ โดนใจ หรือคล้ายกับที่เพิ่งยกตัวอย่างไป คือ เคยรู้แล้ว เลยรู้สึกไม่ได้อะไรเท่านั้น

และที่สำคัญ “บทความไหน ย าว สั้น” มันก็อาจเป็นเพียงความรู้สึกของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน เพราะหากเทียบเ รื่ อ งที่กำลังอ่ า นอยู่นี้ หลายคนอาจว่าย าว แต่ถ้าเป็นหนังสือ 50-100 หน้าเราอาจว่าสั้น ทั้งที่เทียบกันเ รื่ อ งนี้สั้นกว่ามากนัก

แน่นอนว่า ที่จริงมันไม่สำคัญเลย บทความนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า อย า กให้ลองคิดว่า บทความ หรือข้อเขียนใด ที่เราต้องอ่ า นมันจะสั้น จะย าว มันย าก มันง่าย เรามีโอกาสได้อะไรจากสิ่งไหน และหรือ เราต้องการอะไรในการอ่ า นที่ทุกวันนี้ แต่ละวันเราอ่ า นมากเหลือเกิน (บางคนบอกว่าไม่ได้อ่ า นแล้วดูคลิปแทน ก็ไม่ต่างกัน) คือการให้เวลากับสิ่งใด เสมือนการลงมือทำสิ่งใด ย าก กับง่าย ย่อมให้ผลต่างกัน หากเรามีทัศนคติที่ปิดกับสิ่งย าก นั้นเท่ากับว่า เราปิดกั้นคุณค่าที่จะได้รับ

ทัศนคติแบบหนึ่ง ย่อมนำพาเราไปสู่สิ่งหนึ่ง เหมือนที่กล่าวข้างต้น

ในแง่การตลาดของหนังสือรวมเ รื่ อ งสั้น หากเทียบกับเ รื่ อ งย าวนั้น เหล่าเ รื่ อ งย าวไม่ว่าจะนิย าย หรือไม่ใช่นิย ายย่อมขายดีกว่ามากนัก สำนักพิมพ์ก็จะไม่ขยันเอารวมเ รื่ อ งสั้นออกมาขายเท่าไหร่ ทำไมล่ะ? ในเมื่อคนเราชอบอ่ า นอะไรสั้น ง่าย น่าจะโดนใจผู้บริโภค

ก็เพราะหนังสือต่อให้ขายดีก็เป็นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของคนทั่วไปไงล่ะ พวกที่ชอบอ่ า นอะไร ง่าย สั้น เขาก็ถือว่ามันไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ชอบ อ่ า นหนังสือจริง หรือ ไม่ได้เป็นกลุ่มลูกค้าของเขา

อีกทั้งบทความที่ไม่ย่อความ ไม่สรุปให้ (ซึ่งเดี๋ยวนี้หลายเว็บพย าย ามสรุป) เพราะเขาก็คงคิดว่า นี่ไม่ใช่ที่ของคนที่ไม่อย า กรู้ ไม่อย า กพัฒนาในเ รื่ อ งนี้ หรือสนใจในเ รื่ อ งที่เขาเขียน เพราะไม่ว่าจะเ รื่ อ งไหน ดังตอนต้นได้ถามไว้ คุณว่า คุณค่ามาพร้อมคำว่า ง่าย ไหมละ อย่าลืมนะ ยิ่งเ รื่ อ งย าว คนที่ลำบากกว่า คือคนที่มันต้องเขียนมาให้คุณอ่ า น