เป็น “คนดี” แต่อย่าเป็น “คนโง่” ดีได้ก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดให้เป็น

เป็น “คนดี” แต่อย่าเป็น “คนโง่” ดีได้ก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดให้เป็น ควรเป็นคนดี แต่อย่าเป็น “คนโง่” ถ้าเกมส์ไหนไม่ยุติธรรม ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นตามกติกา หากคุณเป็นคน แบบ…ยังไงก็ได้… อะไรก็ดี…

นี่แหละทำให้คุณไม่ถูกมองอยู่ในสายตาคนอื่น เพราะคุณเป็นคนประเภทว่า มีอะไรก็ช่วย อย า กได้อะไร คุณก็ให้ได้ ทำผิดอะไร คุณก็ไม่ติดใจ

คนอื่นทำไม่ดีกับคุณมากี่ครั้งแล้ว คุณก็ยังยอมทน จำไว้นะ… สำหรับคนบางคนนั้น ชินกับการได้อยู่อย่างเดียว แต่ไม่เคยสำนึกบุญคุณ ชินกับความใจดีของคุณ แต่ไม่เคยเห็นค่า

ชินกับความใจกว้างของคุณ แต่ไม่เคยเจียมตัว เป็นคนใจดีนะ ก็ดีอยู่ แต่ให้มีขอบเขตบ้าง… อย่าเอาแต่นึกถึงคนอื่น หันกลับมาถามตัวเองดูบ้าง ว่าใครที่นึกถึงความรู้สึกของคุณ…? การเป็นคนมีน้ำใจไม่ได้แปลว่าต้องโง่

การเป็นคนดีก็ไม่ได้แปลว่าต้องยอมตลอดไป มีเ รื่ อ งเล่าอยู่ว่า… นักบวชนั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ในท่ามกลางความเงียบ ได้ยินเสีຍงสั่นไหวเบาในน้ำ ลืมตาดูก็พบว่าเป็นแมงป่องตัวหนึ่ง… กำลังตะเกียกตะกายอยู่บนบริเวณผิวน้ำ

เขาเอื้อมมือออกไปจับเอาแมงป่องขึ้นมาจากน้ำโดยไม่ทันคิดs ะวั ง

จึงโดนแมงป่องต่อยที่มือ เขาวางมันลงบนพื้น นั่งสมาธิต่อ

ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ได้ยินเสีຍงแบบเดียวกันอีก ลืมตาดูก็พบว่าแมงป่องตัวเดิมหล่นไปอยู่ในน้ำ เขายื่นมือออกไปช่วยเหมือนเดิม และ ก็ยังโดยต่อยเหมือนเดิม ไม่กี่อึดใจผ่านไป เหตุการณ์แบบเดิมก็เกิດขึ้นอีก

ชาวบ้านที่นั่งตกปลาอยู่แถวนั้นจึงพูดขึ้น “ท่านจะโง่ไปหน่อยไหม ไม่รู้หรือว่าแมงป่องชอบต่อยคน”

นักบวชตอบว่า “ทราบครับ โดนต่อยไปแล้วสามครั้ง” ชาวบ้านถามต่อ “แล้วยังจะช่วยมันอีกทำไม”

นักบวชตอบว่า “การทำร้ า ยคนอื่นอาจเป็นนิ สั ยของแมงป่อง แต่ความเป็นคนมีเมตตาจิตเป็นนิ สั ยของข้า นิ สั ยข้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะนิ สั ยดุร้ า ยของแมงป่อง”

ชาวบ้านหัวเราะ และ พูดขึ้นว่า “ความเมตตาเป็นเ รื่ อ งดีงาม แต่ถ้าจะเมตตาต่อแมงป่อง ก็ต้องรู้จักเมตตาต่อตัวเองเหมือนกัน และการจะหยิบยื่นความเมตตาให้คนอื่น ก็ต้องรู้จักมีวิธีการที่เหมาะสม ควรจะต้องรู้จักปกป้องตนเองก่อน ก่อนที่จะยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่น”

Cr. บทความจาก : นุสนธิ์บุคส์ , ห้องสมุดฟลิ้นท์