ผลวิจัยพบ คนไทยกว่า 12 ล้านคน มี บัญชีเงินฝาก ไม่ถึง 500 บาท

บัญชีเงินฝาก  ธนาคารแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ส่องพฤติกรรมการออมของคนไทย ผ่านข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารกว่า 80 ล้านบัญชีของ DPA (สถาบันคุ้มครองเงินฝาก) โดย น.ส.อัจจนา ล่ำซำ สถาบันวิจัยป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ น.ส. รัฐพร บุญเลิศ จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

น.ส.อัจจนา อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารโลก ระบุว่า คนไทยมีบริการเงินฝาก ไม่ว่ารูปแบบเงินฝาก หรือโมบายแบงก์กิ้งอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก หรือประมาณอันดับที่ 6 ในเอเซีย แต่ภาวะการออมต่อรายได้กลับลดลง ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ครัวเรือน

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเรื่องพฤติกรรมการออมส่วนใหญ่ด้วยวิธีการสำรวจ ซึ่งได้เห็นทุกรูปแบบการออม ทั้งออมในรูปของเงินสด เงินฝาก ที่ดิน บ้าน และทองคำ ฯลฯ แต่ก็มีข้อเสีย คือ กลุ่มตัวอย่างไม่สามารถครอบคลุมคนทุกกลุ่ม จึงไม่สามารถสะท้อนพฤติกรรมการออมได้เต็มที่นัก

การศึกษาชิ้นนี้มีความละเอียดในรายบัญชี ซึ่งพบว่าคนไทยกลุ่มต่างๆ มีเงินฝากรายบัญชีมากน้อยแค่ไหน และพฤติกรรมการออมของคนกลุ่มต่างๆ อายุ เพศ ภาคไหน มีพฤติกรรมแตกต่างกันหรือไม่

ทั้งนี้ งานวิจัย ได้พบ 6 ข้อเท็จจริง พฤติกรรมการออมของคนไทย ผ่านข้อมูลบัญชีเงินฝาก ดังนี้

1.เงินฝากมีการกระจุกตัวสูง โดยผู้ฝากรายใหญ่สุด 10% มีเงินฝากรวมถึง 93% ของเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด โดยมักจะกระจุกในชุมชนเมืองของจังหวัดใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา เป็นต้น

2.คนไทยมีบัญชีเงินฝากอย่างแพร่หลาย แต่มีเงินในบัญชีน้อย โดยคนไทยกว่าครึ่งจะมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ แต่ครึ่งหนึ่งของผู้ฝากมีบัญชีไม่ถึง 3,142 บาท ขณะที่เพียง 0.2% ของผู้ฝากมีเงินในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า 32.8% ของผู้ฝาก หรือ12.2 ล้านคน มีเงินในบัญชีไม่เกิน 500 บาท ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ฝากถึง 4.7 ล้านคนมีเงินในบัญชีไม่ถึง 50 บาท

3.ความเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก มีความแตกต่างทั้งในมิติอายุ พื้นที่ และระหว่างผู้ชายและผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงมีสัดส่วนของคนที่มีบัญชีเงินฝาก ‘สูงกว่า’ ผู้ชาย และมีเงินในบัญชีมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่าตั้งแต่ยังเด็ก อาจสะท้อนความมีวินัยทางการเงิน หรือทักษะการบริหารจัดการเงินของผู้หญิงที่มากกว่า รวมถึงบทบาทของผู้หญิงที่สำคัญในการดูแลการเงินของครอบครัว

4.คนมีบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์มากที่สุด คือ คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล น้อยสุด คือภาคใต้ นอกจากนี้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเงินฝากในบัญชีน้อยที่สุด

5.ผู้ฝากเกือบทั้งหมดจะมีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และผู้ฝากส่วนใหญ่ 88% จะฝากเงินไว้กับ ‘บัญชีออมทรัพย์’ เท่านั้น รวมทั้งนิยมฝากกับธนาคารพาณิชย์ไทยขนาดใหญ่เป็นหลัก นอกจากนี้ครึ่งหนึ่งของผู้ฝากจะมีเพียง 1 บัญชีเงินฝากและใช้ 1 สถาบันการเงิน

6.บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ เป็นบัญชีมหาชนที่ใช้โดยคนทุกกลุ่มทุกวัย ขณะที่บัญชีเงินฝากประจำจะพบมากในกลุ่มวัยหลังเกษียณ รวมทังเงินส่วนใหญ่ของผู้ฝากทุกกลุ่ม ทุกวัย ทุกเพศ ทุกภาค จะฝากอยู่ในบัญชีอมมทรัพย์ เฉลี่ยประมาณ 93.3% ของเงินฝากในพอร์ตผู้ฝาก เพียง 6.3% ที่อยู่ในเงินฝากประจำ