ຣวຢ คือมีมาก แต่ไม่ได้หมายถึงมีความสุขมาก

ฝากไว้ให้คิด ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องเข้าใจ

“ຣวຢ” แปลว่า “มีมาก” แต่ไม่ได้แปลว่า “มีความสุข”

“พอเพียง” แปลว่า “มีพอ” ก็ไม่ได้แปลว่า “ทุกข์” หรือ “สุข”

ทานบุฟเฟ่มื้อหรู ราคาหลักพัน กินข้าวราดแกงข้างทาง จานละ 50 บาท เมื่อกินแล้ว ก็จบตรงที่อิ่มเหมือนกัน

“วัยรุ่น” มักวัดคุณค่าด้วยการดูว่า ใช้มือถือรุ่นไหน

“วัยทำงาน” มักวัดคุณค่าจากรถที่ขับราคาเท่าไหร่ ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย ไหน

“วัยกลางคน” มักวัดคุณค่าจากตำแหน่ง บ้านหรือคอนโดราคาแพง ไหน ส่งลูกเรียนที่ไหน ค่าเทอมเท่าไหร่

“วัยเกษียณ” วัดคุณค่าจากการมีเวลาว่างในชีวิตวัยเกษียณ ไหน ยิ่งมีมาก แสดงว่าคนนั้นຣวຢมาก ไม่ต้องทำงานหนัก ใช้ชีวิตสบายหลังเกษียณ

“วัยชรา” ฐานะไม่ใช่ประเด็นแล้ว ขอ มีเงินพอใช้ชีวิตแต่ละวันและต้องการร่ า งกายที่ยังแข็งแรง เดินไหว ไม่มีโ ร คไม่ต้องกินย า ยังจำชื่อลูกหลานได้ แบ บนี้เรียกได้ว่า ຣวຢยิ่งกว่าຣวຢ

เพราะท้ายที่สุด ทุกคนจะค้นพบว่าทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด คือ “ตัวเราเอง ร่ า งกายของเรา สุขภาพของเรา”

ครั้งหนึ่งอาจเคยใช้ “ร่ า งกายของเรา” แบบเปลืองมาก พอถึงบั้นปลายของชีวิต จะพบว่าคนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่มีเงินมากมาย แต่เป็นคนที่มีสุขภาพดีทั้งกายใจ และมีเวลาเหลือมากพอที่จะใช้เงินที่หามาได้อย่างมีความสุข

ที่มา สบายตา